Poon's profileเก๊กฮวยเอ๋ย จงเป็นเก๊กฮว...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    January 17

    ทำไงดี เขียนblogไม่ได้ ไม่รู้ทำไม อยู่ดีๆก็ลืมไปว่าต้องทำยังไง ก็กดaddแล้วไง มันไม่ขึ้น พิมพ์ได้แต่ช่องtitle แม่งบ้ากันไปใหญ่แล้วเนี่ย

    อ้าว พอพิมพ์titleเสร็จ ก็กดอะไรไปก็ไม่รู้มั่วๆ อยู่ดีๆก็ขึ้นมาให้พิมพ์ได้ ไอ้นี่ วอนซะแล้ว หรือเราด่าspaceตัวเองมากไปมันเลยโกรธ แล้วทีนี้จะเขียนblogครั้งต่อไปยังไงดีเนี่ย จำไม่ได้แล้วว่ากดอะไรไปบ้าง  ไอ้spac บ้า บ้า บ้า ใช้ยากกกก...แม่ง

    นังโค้ก หมาไร้ประโยชน์ก็มาเห่าหอนอยู่ข้างๆ หนวกหูจริงโว้ย

     

    January 02

    ไปวัด

    ตอนนี้เวลาจริงๆคือ 5 โมงแล้ว เมื่อวานพ่อรำร้องอยากจะไปไหว้พระ 9 วัดตามสมัยนิยมกับเขาซะให้ได้ ไหนๆก็อยู่กรุงเทพแล้ว ก็ดีเหมือนกันไปเที่ยววัด ไปกันหมดบ้าน เหลือหมาโค้กเพียงคน(ตัว)เดียว เห่าหอนอยู่บ้านเพียงลำพัง
     
    คนไปวัดเขาทำอะไรกันบ้างนะ  พ่อก็ไหว้พระไปตามประสาพ่อ ส่วนคนไกลวัดอย่างแม่ ก็เที่ยวนินทา พระ เจ้า ไปเรื่อยตามแต่โอกาสจะอำนวย หรือไม่ก็เดินเตร็ดเตร่หาที่กินที่เที่ยวแถวๆวัดนั่นแหละ
     
    ไปได้เพียง 2 วัดเท่านั้น ก็เกิดเหตุการณ์ ก่องข้าวน้อย แต่คราวนี้ไม่ได้ฆ่าแม่ แต่เป็นพ่อแม่ลูกฆ่ากันเองด้วยความหิว คือหลังจากวัดที่2คือวัดสุทัศน์ แถวเสาชิงช้า พ่อกับแม่ก็ฝันไว้ว่าจะได้กินก๋วยเตี๋ยว ย่านเก่า เจ้าอร่อย แต่ปรากฎว่าฝันสลาย ร้านแตก คนเยอะมาก ก่อนที่จะฆ่ากันเอง เลยตัดสินใจสงบสติอารมณ์ด้วยการไปวัดที่ 3 คือวัดบวร และกะว่าจะไปกินก๋วยจั๊บนำข้น ที่ตรอกเล็กๆ (เล็กจริงๆ) แถวบางลำภู ร้านนี้กินมาแต่เด็ก น้ำข้นที่ว่า มันข้นจริงๆ ไม่ใช่แค่น้ำสีเข้มๆ อร่อยมาก แต่ว่าก็ฝันค้างอีก เพราะว่าพอไปถึงร้าน ของก็หมดซะแล้ว แต่ไม่เป็นไร (-_-")  บางลำภูมีร้านสำรองเยอะ กินเย็นตาโฟแทนก็ได้
     
    สรุปว่า วันนี้ 3 วัดเท่านั้น วงแตก จบทริปสำหรับวันนี้
     
    วันนี้ เอาใหม่ พ่อไม่ละความพยายามจะไปไหว้พระ9วัดให้ได้ แต่แม่โบกมือขอลา ไอ้เราอยากจะขอลาเหมือนกัน แต่ไม่ได้เพราะต้องขับรถให้พ่อ  สรุป ทริปวันนี้มีแค่ 2 คน
     
    วันนี้เริ่มด้วยวัดพระแก้ว คนเยอะ เยอะซะจนเข้าโบสถ์แล้วอย่านั่งจะดีกว่า  เดี๋ยวตอนกราบพระอยู่จะโดนคนเหยียบหัวให้ไม่รู้ตัว  
     
    เสร็จจากวัดพระแก้วเราก็ปล่อยพ่อไปแสวงบุญตามลำพัง ส่วนเราก็นั่งกิน ยืนกิน รอเวลา พ่อหายไปพักใหญ่ๆก็กลับมา ย้ายที่จอดรถแล้วก็ไปต่อที่ วัดชนะสงคราม
     
    ที่วัดชนะสงครามนี้ คนเริ่มน้อยลงแล้ว เลยมีที่ทางพอจะได้กราบไหว้พรอยู่ะบ้าง เหมือนบุญมีแต่กรรมบัง เกิดอาการนั่งไม่ลงเพราะกางเกงจะแตก พอนั่งแล้วจะก้มตัวลงกราบก็รู้สึกว่ามันก้มไม่ได้จริงๆ  ถ้าจะฝืนตัวก้มหัวลงไปให้หน้าผากแตะพื้นตามแบบที่ดีก็คงจะได้อยู่หรอก อาจจะหายใจขัดซักพัก แต่ไม่ถึงกับตาย แต่ก็ไม่รู้ว่าหลังจากนั้นจะเกิดการอนาจารขึ้นในวัดรึเปล่าก็ไม่มีใครตอบได้ เลยคิดว่าอย่าเสี่ยงจะดีกว่า เลยได้แต่นั่งพนมมือ ท่องนโมอะไรไปตามเรื่องตามราว
     
    นั่งงึมงำอยู่ซักพัก เกิดซึ้งในรสพระธรรมขึ้นมา อยากจะกราบพระให้จงได้ เลยเปลี่ยนจากนั่งคุกเข่าเป็นนั่งพับเพียบ เพราะว่า ก้มลงแบบเอียงๆจะได้มากกว่าก้มแบบตรงๆเพราะก้มแบตรงๆจะติดพุง แต่ก็ไม่ได้ซะทีเดียว เพราะแทนที่จะก้มกราบ กลายเป็นก้มแล้วกลิ้ง คือพอเอนตัวไปมันก็เสียศูนย์ ดีแต่ว่าดีดตัวขึ้นมาทัน มือพอเฉียดๆพื้นเหมือนว่าได้กราบแล้ว
     
    จากนั้นจบทริปด้วยก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายโส่ย หอมเนื้อตั้งแต่อยู่หน้าร้าน เคยมากินตอนเรียนอยู่แค่หนเดียวเองมั้ง จำได้ว่าคนทำก๋วยเตี๋ยวเป็นหนุ่มหน้ามนคนตี๋ขาว ไม่ได้หล่อลากดินแต่ก็หล่อกว่าคนทำก๋วยเตี๋ยวทั่วไป มารยาทก็ดี ไม่โหวกเหวกโวยวาย คาดว่าเป็นลูกชายเจ้าของร้าน มาคราวนี้คนทำก๋วยเตี๋ยวไม่ใช่คนเดิม เป็นหญิงมีอายุสักหน่อย แต่คนเสิร์ฟนี่สิ จำได้เลาๆว่าอาจจะเป็นหนุ่มหน้ามนคนเดิม กินไป (แอบ)ยิ้มไป ซัดไปซะ 2 ชาม ตามด้วยขนมจีบอีกเข่ง ดูน่ากลัวเกินหญิงปกติ แต่กะว่า เผื่อลูกชายเจ้าของร้านจะประทับใจว่าเราชอบ(กิน)จริงๆ