Poon's profileเก๊กฮวยเอ๋ย จงเป็นเก๊กฮว...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
January 29 ฝนตกวันนี้วันที่ 30 มกราแล้ว
ฝนตกมากมายตั้งแต่ตอนก่อนตีห้าครึ่ง เพราะตื่นมาตีห้าครึ่ง ฝนตกแล้ว
บางทีฝนอาจจะเพิ่งเริ่มตกตอนตีห้ายี่สิบเก้านาทีก็ได้
แต่เราก็จะสนใจเฉพาะสิ่งที่เราอยากจะสนใจ
คือเราสนใจว่าฝนมันตกก่อนตีห้าครึ่ง
ซึ่งไอ้คำว่า ก่อนตีห้าครึ่ง มันชวนให้ฟังดูเหมือนว่า โห ก่อนตีห้า ก็ต้องตีสี่ ตีสามกันเลยทีเดียว
บางทีการตัดสินใจเรื่องเล็กๆน้อยๆก็นำมาสู่ผลลัพธ์ที่ขยายในวงกว้างและกระทบเรื่องอื่นๆมากมายไปหมด
อย่างเช่นวันนี้เป็นต้น
ตอนเช้า ตัดสินใจรอฝนซาเพื่อขับรถไปเอง ไม่ไปพร้อมๆกับพ่อแม่ตอน 7 โมงเพราะคิดว่า ซัก 8-9 โมงฝนก็จะหยุดตก ไปสายสักหน่อยคงไม่เป็นไร
ตอนนี้ 8 โมง ฝนไม่มีทีท่าว่าจะซาลงเลย
ความจริงเราก็มีงานส่วนใหญ่อยู่กับตัวแล้วล่ะจะนั่งทำที่บ้านไปพลางๆก็ได้
แต่งานเร่งด่วนกว่า อยู่ที่ออฟฟิศ
ถ้าไปถึงได้ภายใน 11 โมงยังพอลุ้นนะ
แต่ฝนตกขนาดนี้ ขนาดในบ้านยังท่วมเลย แล้วหน้าหมู่บ้านจะท่วมขนาดไหน
สงสัยคงต้องรอตอนเย็น น้ำถึงจะลงหมด เฮ้อ
รู้สึกตัดสินใจผิดพลาด January 24 พ้นระยะเกร็งตัวต้องการเขียนสเปซอย่างรวดเร็ว เพราะอยู่ดีๆก็คิดขึ้นมาได้หลังจากอ่านคำว่า พ้นระยะของการเกร็งตัว
กำลังเขียนรายงานเรื่องอาหารทะเล เรื่องปลา ว่าจะต้องทำการตัดหัว ควักไส้อย่างรวดเร็วหลังระยะการเกร็งตัว....
เพิ่งมานึกได้ว่า เวลาจับปลามา คนก็ปล่อยให้ปลาตายด้วยการขาดอากาศหายใจภายใต้น้ำแข็งอันเย็นยะเยือก ปลาไม่ได้ตายในทันทีแต่ค่อยๆตาย การค่อยๆตายจะเป็นยังไงกันหนอ คือรู้ว่าจะตายแล้วเป็นแน่แท้แต่ยังไม่ตายสักทีคือหายใจไม่ได้ ไปเรื่อยๆจนกว่าจะทนไม่ไหวและตายไป หรือว่าปลาพอขึ้นจากน้ำแล้วตารยทันที ช็อคตายเพราะความเย็นจากน้ำแข็ง
ลองกลั้นหายใจดู ....ได้ 60 วินาที
ที่ปลาดูไม่ทรมานเพราะปลามันร้องไม่ได้ ได้แต่ดิ้นกระแด่วๆไปมารึเปล่า
ไม่เหมือนหมูหมากาไก่ ชนิดอื่นๆทีสามารถส่งเสียงร้องโหยหวนให้มนุษย์รู้ว่า ความสำเริงสำราญในรสของเธอ มาจากความทรมานของผู้อื่น
เคยได้ยินมาว่า หมูที่ถูกฆ่าอย่างทรมานจะหลั่งสารพิษออกมา ทำให้เนื้อที่เรากินมีพิษไปด้วย
แล้วปลาล่ะ ไม่เฉพาะแต่ปลาสิ กุ้ง ปูหอย ปลาหมึก สัตว์ทุกชนิดที่อยู่ในน้ำ ก็จะผ่านการตายมาเหมือนๆกันหมด คือค่อยๆปล่อยให้ตายไป หรือไม่ก็ตายไปเพราะความเย็น
จะมีใครบอกเราได้มั้ยว่าปลาที่ตายอย่างทรมานมันกจะหลั่งสารพิษออกมาเหมือนกัน
จำได้ตอนไปค่ายแลเล มีวันนึงได้ไปตกปลา
คือถ้าเกิดว่าเราจับปลามาทำเป็นอาหารเราก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไรหรอกนะ
แต่วันนั้นเหมือนเราตกปลากันเฉยๆ คือก็ตกขึ้นมาเฉยๆน่ะ
ตอนแรกเราไม่ยอมถือเบ็ด จนบัง ผู้นำทางคงเห็นว่า ไม่ได้ร่วมกิจกรรมเลยคะยั้นคะยอให้ถือ
ระหว่างถือก็ภาวณาไปด้วยว่าอย่ามาติดเบ็ดฉันเลย...ได้ผล ปลาติดเบ็ดตัวเบ้อเริ่ม
หลังจากได้ปลามาหนึ่งตัว พยายามอวดคนอื่นไปมาว่าข้านี้หนาจับได้ปลาตัวใหญ่ ความจริงคืออยากให้ปลามันหลุดมือตกไปในทะเลจะได้ไม่ต้องตาย
ไม่เป็นผล
สุดท้ายก็ได้แต่คอยดูปลามันทำปากพะงาบๆ ไปเรื่อยๆจนตาย
ความจริงถ้าเราก็แค่หยิบปลาตัวนั้นขึ้นมาและปล่อยลงทะเลก็ได้ แต่ก็ไม่ได้ทำ
ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน January 22 ไม่รู้สิไม่รู้เหมือนกันแต่ว่าไม่ได้พิมพ์งานเยอะๆมานาน มันเริ่มเหงามือ และพิมพ์ไม่ค่อยคล่องเหมือนตอนงานเยอะๆ เลยต้องมาอัพสเปซเสียหน่อยทั้งๆที่ยังไม่มีเรื่องอะไรเพิ่มเติม
การตัดสินใจเป็นเรื่องยาก หรือเพราะเราไม่รู้ว่าเราจะเลือกอะไร มันจึงเป็นเรื่องยาก หมายถึงว่าถ้าเรารู้อยู่แล้วเราก็ไม่ต้องเลือก มันก็ไม่ได้มีทางให้เลือกเพราะเรารู้อยู่แล้ว มันก็ไม่ได้ต้องตัดสินใจน่ะสิ
ยิ่งพูดยิ่งงง
เหมือนกับว่ามันมีทางอยู่สองทาง หรือมากกว่า เราก็ต้องมาดูว่าแต่ละทางที่เราเลือกเมื่อเลือกไปแล้วจะเป็นอย่างไร และผลของการเลือกน่าจะออกมาประมาณไหน คาดเดาเอาว่าจะเกิดนั่นเกิดนี่รึเปล่าแล้วดูว่าเราอยากให้มันเป็นอย่างไหน เราอยากให้เกิดสิ่งไหนกับชีวิตเรา
ปัญหาคือ เราไม่รู้ว่ามันจะเกิดจริงอย่างที่คิดไว้รึเปล่า มันเลยนำมาสู่การตัดสินใจว่า ทางไหนกันหนอที่เราคาดว่าน่าจะเกิดผลลัพธ์ตามที่ต้องการมากที่สุด
ปํญหาก็คือ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน
ใช้ใจสิ ใช้หัวใจตัดสินใจ....
ฟังดูเก๋ไก๋
แต่พอก้มตัวลงไปเอาหูแนบหัวใจ มันไม่ได้ยินอะไรเลย หูอื้อไปหมด
ได้ยินเหมือนกัน แต่ได้ยินแค่เสียงเต้นของหัวใจ ไม่ได้ยินเสียงสวรรค์ที่ไหนมาบอกว่าเลือกทางนั้นแหละดี ทางนี้แหละใช่
อ้อ และถ้าใครเอาหู(ตัวเอง) แนบหัวใจ (ตัวเอง)ได้จริง จะให้ 10 ล้านกันเลยทีเดียว
January 20 เพื่อนแต่งงานเพื่อนแต่งงานอีกแล้ว 2 ปีติดต่อกัน
แต่งานนี้มีส่วนร่วมกว่ามากถึงมากที่สุด
แต่ก็พลาดหลายอย่าง
ตั้งแต่การเลือกเสื้อผ้าที่ เลือกสรรแล้วว่าดีที่สุด
แต่กลับอ้วนที่สุด อย่างกับว่า นี่เลือกแล้วเหรอ
หรืออาจเป็นเพราะอ้วนจนปิดไม่มิดแล้วมั้ง
slideshow ที่คาดว่าจะทำออกมาให้ดีที่สุด
พิธีการที่คิดแล้วคิดอีก
ผิดพลาดไปซะมากมาย
แต่ก็เอาเถอะสุดท้ายมันก็ผ่านไปได้
ขากลับจากอยธยาก็ทำเพื่อนร่วมทางสยอง ด้วยการกินกาแฟไปสามแก้วแล้วยังง่วง
แถมเห็นภาพรั้วเหล็กกั้นทางทั้งๆที่เป็นถนนโล่งๆ
เพื่อนร่วมทางคงคิดว่า อย่าให้กรูต้องร่วมทางไปกับมรึงอีกเลยในชาตินี้และชาติหน้า
คราวนี้ไม่รู้สึกแปลกๆแบบคราวแรกที่เพื่อนแต่งงาน ยกเว้นตอนช่วงพิธีการที่แอบซึ้งเล็กน้อย ไม่ได้ซาบซึ้งในความรัก แต่ซาบซึ้งในอะไรก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าพิธีการต่างๆมันเร้าอารมณ์ดีเหลือเกิน
เพียงแต่เกิดความสงสัยว่า หลังจากแต่งงานมันจะมีอะไรไม่เหมือนกับตอนยังไม่แต่ง
แต่งแล้วจะรักกันมากขึ้นเหรอ
แต่งแล้วจะรับผิดชอบมากขึ้นเหรอ
แต่งแล้วจะเข้าใจกันมากขึ้นเหรอ
แต่งแล้วจะทะเลาะกันน้อยลงเหรอ
ก็ทำไมไม่ทำมันซะก่อนแต่งเลยล่ะ
....
วอนซะแล้วกรู
ไม่ได้แต่งกะเค้าบ้าง ทำเป็นสงสัย
ฮ่า ฮ่า ฮ่า
January 12 ฟันผุ 5 ซี่วันนี้วันที่ 13 มกราคม 2551 เวลา 13.00 น. ณ สถานที่ทำงานที่เป็นเหมือนบ้านหลังที่ 2 แต่ไม่ได้เกิดจากความรักหากเกิดจากความจำเป็นอย่างเสียไม่ได้ที่ต้องอยู่ที่ทำงานมากกว่าอยู่บ้านตัวเองอีก
ก่อนหน้าที่จะมาทำงานแวะหาหมอฟัน ปรากฎว่า ตรวจเจอฟันผุ 5 ซี่ แต่หมอก็ปลอบใจว่าผุนิดเดียว
5 ซี่จะว่าเยอะก็เยอะ จะว่าน้อยก็น้อย เมื่อเทียบกับฟัน 36 ซี่ที่มีอยู่
แต่ทำไมเราถึงจะเอาจำนวนไปเปรียบกันล่ะในเมื่อฟันทุกซี่ก็มีความหมายในตัวของมันเองอยู่แล้ว ไม่ว่าซี่ไหนจะหายไปก็ไม่ดีทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าหายไ 5 ก็ไม่เป็ฯไรเพราะเหลือตั้ง 31ซี่
รู้สึกกังวล ไม่ใช่เพราะกลัวฟันผุจนต้องถอนฟัน แต่กังวลว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงของการดูแลรักษาแล้ว ร่างกายเราจะไม่เติบโตแล้ว แต่นับแต่นี้เราจะอยู่ในช่วงของการบำรุงรักษาไม่ให้เสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร หรือดูแลไม่ให้เสื่อมสภาพอย่างเจ็บป่วย ทรมาน รู้สึกว่าการตัดสินใจต่างๆจะยากขึ้น ไม่รู้ทำไม บอกไม่ได้ว่าเกี่ยวกันตรงไหนกับฟันผุ แต่รู้สึกว่าต้องระมัดระวังการใช้ชีวิตมากกว่าเดิม
แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมแก่ตัวลงจึงต้องระมัดระวังชีวิต ทำไมตอนเด็กถึงไม่คิดระมัดระวัง เด็กพลาดได้แต่ผู้ใหญ่พลาดไม่ได้งั้นเหรอ หรือไม่ก็เพราะตอนผู้ใหญ่เป็นเด็กก็เคยพลาดมาแล้วควรจะเรียนรู้จากสิง่ที่ผิดพลาดและเมื่อเป็นผู้ใหญ่จริงๆก็เลยไม่ควรทำพลาดอีกมั้ง
แต่ยังไงดีล่ะในเมื่อตอนเป็นเด็กเราก็ไม่ได้พบเจอหรือต้องทำอะไรอย่างตอนเป็นผู้ใหญ่ก็เลยไม่รู้ว่าผิดแล้วจะแก้ยังไง หรือเจออะไรแล้วต้องตัดสินใจยังไง ถึงเป็นผู้ใหญ่แล้วก็เถอะ จะไปรู้ได้ไง
January 03 ดีที่ได้อ่านJanuary 01 ปีใหม่ ใหม่ๆ ดีใจจริงชะเอิงเอยสวัสดีปีใหม่แก่ตัวเราเอง
ขอให้ตัวข้าพเจ้านี้หนอ จงประสบแต่ความสุข ความชัดเจน แน่นอนในชีวิตของข้าพเจ้า ไม่ต้องแน่นอนมากก็ได้ แต่อย่าได้ยึกๆยักๆอีกต่อไปเลย จะทำอะไรก็ขอให้ได้ทำเถิดจะเกิดผลอย่ารีรออีกต่อไป
ปีใหม่ปีนี้โคตรเหนื่อย ไม่รู้จะทำอย่างนั้นทำไม หยุดสี่วัน ใช้ชีวิตอยู่ในรถสองวัน เหลืออีกสองวันก็เที่ยวดอยและเที่ยวกิน
เราจะเที่ยวอย่างนี้กันทำไม ไปเที่ยวก็เอาหน้าไปจิ้มๆถ่ายรูป เพราะคนเป็นหนอน ดอยแตกไม่เป็นอันทำอะไร
ไม่ใช่ไม่สวยงามแต่ก็เหมือนเห็นมุมไหนสวยก็ต้องรีบถ่ายรูปเพราะอีกสามวินาทีต่อมารูปของเราจะไม่ได้มีแค่ดอกไม้แต่จะมีคนประกอบอยู่ในฉากอีกครึ่งหนึ่งกลายเป็นว่าต้องดูวิวผ่านกล้องไปซะนี่
ความจริงจะไปว่าคนก็ไม่ได้ ในเมื่อตัวเรายังแห่แหนมาเที่ยวกะเขาด้วยเหมือนกัน คงต้องโทษตัวเองว่ามัวแต่ห่วงจะไม่ได้เก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก เดี๋ยวผ่านไป10ปีแล้วไม่มีรูปมานอนยันว่าฉันนี้หนาเคยไปดอยนั้นดอยนี้มาแล้วเหมือนกัน เวลาที่มีก็น้อยแต่อยากไปให้เห็นกับตาจนถ้วนทั่ว ก็ได้แต่ใช้ตาแลดู แลมอง แต่ไม่ได้แลเห็นว่าจริงๆแล้วมันเป็นยังไง พอกลับมาถึงได้สำนึกว่า ไอ้ที่ไปมาทั้งหลายแหล่ จำไม่ได้สักอย่างเดียว เอารูปกลับมาดูก็พบแต่หน้าตัวเองและครอบครัวทิ่มๆอยู่ตามดอกไม้ดอกนั้นดอกนี้ไปมาให้วุ่นไป
ถึงเวลานับถอยหลัง ก็ไม่รู้ว่าทำไมจะต้องตื่นเต้นกันด้วย รู้แต่ว่าถ้าไม่ตื่นเต้นมันไม่สนุก ได้ดูพลุฟรีไปด้วยดีเหมือนกัน จุดกันตู้มต้ามอย่างกับระเบิดจะลง จุดทีก็ร้องวี้ดวิ้ว วู้ว้าฮาเฮไม่เป็นภาษาไปตามเรื่องตามราวอยู่ในที่พัก จนแม่ถึงกับเปรียบเปรยว่า ยัยพวกบ้านี่เป็นอะไรกันร้องโห่ฮาราวกับคนป่า
หลังจากเตรียมตัวตื่นเต้นกันมาได้สักพัก ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง ...สวัสดีปีใหม่ เย่ๆๆๆ วู้ๆๆๆๆ เย่ๆๆๆๆๆ วู้ๆๆๆๆ
เสร็จแล้วก็...พบว่า ไม่มีอะไร หมายถึงว่า อยู่ดีๆก็รู้สึกว่า แล้วไงต่อวะ
เอาเถอะ ขอให้สวัสดี ในปีใหม่นี้เถิดชะเอิงเอย
|
|
|