Poon's profileเก๊กฮวยเอ๋ย จงเป็นเก๊กฮว...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    October 23

    เมืองแพร่ แพรพรรณ

    เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่รู้นึกอะไรถึงตัดสินใจขับรถขึ้นเหนือมุ่งหน้าสู่เมืองแพร่
    ออกจากบ้านตอนเที่ยง ถึงเมืองแพร่ตอน 2 ทุ่มนิดๆ เมื่อยtoodเป็นทีสุด แถมอารมณ์แปรปรวนเพราะทะเลาะกับผู้ร่วมทางมาตลอดตั้งแต่กรุงเทพยันเมืองแพร่ เพราะถูกกล่าวหาว่าขับรถช้าเกินไป ทำไมไม่เหยียบซักร้อยสี่สิบจะได้ถึงเร็วๆ
     
    โอ้แม่เจ้า จะอุทานเป็นภาษาเหนือว่าอะไรดี ได้ข่าวว่าทางขึ้นเขา มืดก็มืด จะให้กรูเหยียบ140 แต่ในเมื่อเป็นผู้บังเกิดเกล้าจึงต้องเงียบปาก ขับรถไปโดยสงบ
     
    ตื่นเช้ามาก็รู้สึกว่า อ้าวกรูต้องขับกลับแล้วหรือนี่ จะมาทำไมฟะ
     
    ตัดสินใจไปพระธาตุช่อแฮ พระธาตุสำคัญของเมืองแพร่
    จังหวัดที่ไม่ได้อยู่ในรายการอันดับต้นๆของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็ดีอย่างนี้นี่เอง...สงบ
    เนื่องจากพระธาช่อแฮเป็นจุดสำคัญจึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่ง แต่ก็ไม่มาก คนเมืองแพร่เองก็มาแต่ด้วยความที่ยังเช้าอยู่ คนจึงไม่มาก
    ซื้อดอกปีบหน้าพระธาตุมาสามมัด ตั้งใจเอาขึ้นไปไหว้พระธาตุ แต่ข้างบนก็มีดอกไม้ขายเหมือนกัน จัดช่อห่อใบตอง ไม่สิ เค้าเรียกกันว่าอะไรก็ไม่รู้ คือเอาใบตองมาทำเป็นสามเหลี่ยมๆด้วยคือจัดอย่างสวยน่ะ นี่ล่ะมั้งที่เค้าเรียกว่าความปราณีต
    ไหว้พระไหว้เจ้าไปซักพัก ก็เริ่มปฏิบัติการหาเครื่องลางของขลัง ได้สีผึ้งทาปากมา 1 ตลับ นัยว่าทาแล้วจะพูดจะจาก็ฟังรื่นหูไปหมด พูดอะไรใครก็เชื่อ มีแต่คนรักคนหลง เดี๋ยวต้องลอง!!!!!
    ลงจากพระธาตุ ซื้อลอตเตอรี่ไป3 ใบ จาก 3 เจ้าเพราะกลัวว่าจะพลาดรางวัลใหญ่.......คิดไปคิดมา นี่พระพุทธศาสนาไม่ได้ช่วยยกระดับจิตใจเราได้เลยหรือนี่....เฮ้อ (เดินมาอีกหน่อยมีอีกเจ้ามาขาย บอกว่า รางวัลใหญ่ๆ ก็ซื้ออีก.....เฮ้อ รอบสอง )
    ขึ้นไปบนพระธาตุคราวนี้เห็นสาวชาวเมืองนุ่งผ้าแบบเมืองแพร่ เห็นคนใส่ ใส่แล้วงาม ก็อยากจะเป็นคนงามกับเค้าบ้าง ลงจากพระธาตุรีบหาซื้อผ้ามานุ่งในทันใดจะได้เข้ากับบรรยากาศ
    ขากลับแวะซื้อ ข้าวแคบ ข้าวควบ น้ำผึ้ง หัวหอม กระเทียมให้วุ่นวาย
    ระหว่างทางขับรถกลับ ผ่านจังหวัดอุตรดิตถ์ แม่ร่ำร้องว่าจะต้องกินลางสาดให้ได้ เพราะลางสาดไม่เหมือนลองกอง และหากินยากแล้วเพราะทุกคนหันไปปลูกลองกองกันหมดเพราะเหมือนจะรสชาติดีกว่า
    แต่แม่ยืนยันว่ามันรสชาติคนละแบบ ลองกองก็ลองกอง ลางสาดก็ลางสาด เนื้อผลไม้หน้าตาแม้จะคล้ายๆกันแต่ตัวเนื้อไม่เหมือนกัน บ่นไปด่าไป หาว่าพวกภาครัฐไม่รู้เรื่อง ส่งเสริมกันแต่ปลูกลองกอง ทั้งๆที่ลางสาดมันเป็นคนละชนิดกับลองกอง และทำให้พันธุ์ลางสาดกำลังจะหมดไป.....น้านนนนน แม่คืนชีพ
    ยังไม่เสร็จ เริ่มด้วยลางสาด แม่ติดลม ขับผ่านปลาดุกแดดเดียว แม่ก็หาว่าเดี๋ยวนี้ปลาดุกไทยแท้ไม่เหลือ ถูกปลาดุกรัสเซียกลืนหมด เพราะตัวใหญ่กว่า พวกไม่รู้เรื่องรู้ราวก็ส่งเสริมให้เลี้ยงกันเข้าไป แม่พูดพร้อมประกาศเจตนารมณ์ว่าชั้นจะไม่กินปลาดุกที่ไม่ใช่พันธุ์ไทยแท้
    ...............
    ความจริงเราเคยมาเมืองแพร่แล้วหนนึง (ม.1)ตอนนั้นน้ำท่วมกรุงเทพ โรงเรียนหยุด แม่ก็เลยตัดสินใจมาเมืองแพร่ ด้วยเหตุผลเดียวกันกับที่มาคราวนี้ ต่างกันตรงที่หนแรก มาโดยรถไฟ คราวนี้มาโดยรถยนต์แต่เมื่อมาถึงเรากลับจำอะไรไม่ได้เลย ตอนเดินขึ้นพระธาตุแม่ 'ด่ายัน'(ด่าพร้อมยืนยัน) ว่าทำไมหล่อนถึงจะไม่เคยมาล่ะ(ยะ)
    พอเดินขึ้นไปถึง เข้าประตูไปเห็นระฆังแขวนเป็นแถว ไม่รอช้ารีบเข้าไปเคาะระฆังให้เสียงดังกังวานไปถึงสวรรค์ แล้วก็เกิดนึกขึ้นมาได้ว่า เราเคยมาแล้วจริงๆ
     
     
     
    October 19

    ดึกดื่นคืนนี้ลมหนาวพัดโชยมา

    ใครรู้สึกบ้างว่าลมหนาวกำลังพัดมา ไม่สิ มันพัดมาแล้วต่างหาก เช้าที่ 20 ตุลาคม 2550 ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกบางอย่าง ว่าต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปแน่ๆ เสียดายที่เมื่อเช้าไม่ทันดูว่าหมอกลงหนารึเปล่า เลยไม่รู้ว่านี่เปลี่ยนฤดูจริงๆรึยัง รู้แต่ว่าเมื่อเช้าลมหนาวพัดมาแล้วจริงๆ แต่ก่อนก็ไม่เคยรู้สึกว่าฤดูไหนจะยังไง ใช้นับเดือนเอามากกว่า แต่ตอนนี้รู้สึกว่า ลองใช้ความรู้สึกบ้างก็คงดี
    October 15

    เบื่ออีกแล้ว

    ไปดูสเปซคนอื่นมากไปหน่อยเลยเกิดอาการเบื่อๆ เบื่อที่ว่าทำไมเราไม่ทำอย่างนั้นบ้างทั้งๆที่เราก็ทำมาถึงไหนๆมาตั้งนานแล้ว
    แล้วเราจะรออะไรอยู่
    แต่ในเมื่อเราก็สร้างพันธะสัญญาเอาไว้ในระดับหนึ่ง เราจะจากไปโดยปล่อยมันไว้อย่างนั้นเลยเหรอ
    อยากทำแต่ก็รู้สึกว่ามันก็จะกลับไปเป็นแบบเดิมคือเราก็ทำตามอารมณ์มากเกินไป โดยให้เหตุผลกับตัวเองว่านี่ชีวิตก็ต้องใช้อย่างมีความสุข ทำอย่างที่อยากทำ แต่ลืมไปว่าอารมณ์เราก็ใช่ว่าจะใช้ได้ เชื่อถือได้เสมอไป
    ปล่อยไปตามหัวใจแบบวงฟลัว........อย่างนั้นเหรอ
    October 12

    บ้านเงียบ

    13 ตุลาคม 2550
    เมื่อวานนี้กลับบ้านเร็ว และไม่มีใครอยู่บ้าน
    เป็นความเงียบสงบปนความเดียวดาย
     
    พอตกดึกพี่สองคนก็กลับมา
    บ้านเราปกติมีคนอยู่เยอะ วันนี้เป็นครั้งแรกที่อยู่กันแค่สามคนพี่น้องก็ตลกไปอีกแบบ บ้านที่ดูเหมือนคับแคบก็กลายเป็นมีที่เหลือกินเหลือใช้ซะอย่างนั้น
     
    ตลกที่เราอุตส่าห์มีพื้นที่เงียบสงบไว้ได้คิดถึงเรื่องต่างๆที่แสนจะสับสน จัดระเบียบข้อมูลในหัวสมองเสียใหม่ แต่สิ่งที่เราทำร่วมกันกับบ้านที่เงียบเชียบก็คือเปิดทีวีดู และเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เปิดเจออะไรที่สุ่มเสี่ยงต่อความสยองขวัญ เปิดทีวีไทยดีที่สุด เมื่อคืนเลยได้ดูละครกันมันส์หยด เริ่มตั้งแต่มาเฟียที่รัก บุพเพเล่ห์รัก และนารีสโมสร ดูมันทุกช่องไปเลย
     
    นอกจากข้อมูลในสมองจะไม่ได้ถูกจัดแล้วยังต้องมานั่งอมยิ้มแบบแกนๆกับฉากกุ๊กกิ๊กคิกคักของพระนางในละครอีกต่างหาก ที่อมยิ้มเพราะดูๆไปก็ขำๆน่ารักดี แต่ดูๆมาก็คิดว่า อะไรของมรึงเนี่ย!!!
     
    เพิ่มๆๆๆ
    ตอนเช้าตื่นมา 7 โมง บ้านเงียบสงบเหมาะมากกับการนั่งชมนกชมไม้หรืออ่านหนังสือสักเล่ม และวันนี้ก็มีความตั้งใจว่าจะไม่ไปทำงาน
    สิ่งที่เกิดขึ้นจริง: หยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านอัพเดทข่าวดาราและเนื้อหาละครที่ดูเมื่อคืน กินบะหมี่คลุกซีอิ๊ว(เปล่าๆ)เพราะขี้เกียจล้างจาน กินเสร็จก็นั่งหน้าจอคอมพ์จนตอนนี้ 10 โมง.....
     
    แล้วกรูจะนั่งอยู่ทำไมเล่าเออ
    October 08

    เมื่อวาน วันนี้ วันไหน และต่อๆไป

    ตั้งชื่อเก๋ไก๋ ไม่ใช่อะไร
    เมื่อวาน : อยากทำงาน
    วันนี้ : อยากลาออกจากงาน (โดยไม่มีเหตุผลใดเป็นพิเศษ)
    พรุ่งนี้ : ยังไม่รู้แน่ชัด แล้วแต่ลมฟ้าอากาศ
    วันไหน : ก็เบื่อๆอยากๆไปเรื่อย แต่ช่วงนี้หนักไปทางอยากลาออกมากกว่า
     
    ตลกที่คราวนี้ ไม่ใช่งานที่ไม่มีอะไรทำอย่างที่ผ่านๆมา ไม่ใช่งานบ้าๆบอๆที่ไหน แต่เป็นงานที่ใช้ได้ในความรู้สึกของเรา แต่ถ้ามันใช้ได้จริงๆเราจะอยากลาออกไปทำไม ไม่รู้ รู้แต่ว่า อาจเป็นสันดานส่วนตัวที่ไม่สามารถอยู่ที่ไหนได้นานๆรึเปล่า เป็นพวกขี้เกียจจนตัวเป็นขนรึเปล่า ก็ไม่รู้เหมือนกัน กำลังนั่งวิเคราะห์ตัวเองอยู่เหมือนกัน (แน่นอนที่ว่า ใช้เวลาในระหว่างกำลังทำงานอีกแล้วครีบท่าน)
     
    ต่อๆไป : อยากทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ไปที่ไหนสักแห่งหนึ่ง (มั้ง)
    อยากหยุดงาน อยากหยุดงาน อยากหยุดงาน อยากหยุดงาน
     
    อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก
    ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก  อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออกอยากลาออก
    ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก ไม่อยากลาออก อยากลาออก
     
    เบื่อตัวเองที่ไม่สามารถตั้งใจทำงานได้  ไม่สิ เรากำลังหาข้ออ้างให้ตัวเองสบายใจอยู่ตะหาก เราควรควบคุมใจตัวเองให้ได้สิในเมื่อมันเป็นจิตใจของเรานี่ ถ้าใจอยู่เหนือตัวเราแล้วล่ะก็ คงเป็นเรื่องน่ากลัวไม่น้อยทีเดียว
    แต่วันนี้กรูอยากจะหยุดทำงานซะจริงๆเลยเชียว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
     
     
     
    October 05

    รู้สึกว่า

    รู้สึกว่าอยู่ดีๆก็อยากเลิกใส่กระโปรงและตัดผมสั้น(แต่นึกๆไปก็เสียดายเงินที่ไปดัดมา)
     
    เมื่อวานตอนเข้าห้องน้ำที่ทำงาน เสร็จเรียบร้อยก็มายืนอยู่หน้ากระจก เห็นตัวเองหน้าดำๆ ใส่เสื้อหนาวสีหม่น พร้อมผมที่รวบไว้หลวมๆ โทรมมากอย่างบอกไม่ถูกไม่ใช่เพราะงานหนักหรืองานยุ่ง แต่คือเป็นอยางนี้ โทรมอย่างนี้ตั้งแต่ออกจากบ้านแล้ว ก็รู้สึกตลกดีนะ ตลกที่ว่าปกติแล้วเราก็เป็นอย่างนี้แหละ แต่หลายเดือนที่ผ่านมาตั้งแต่ได้เริ่มทำงานจริงๆจังๆ(แม้ว่าจะทำอย่างไม่จริงจังก็ตาม) ก็เกิดฮิตใส่กระโปรงขึ้นมาอย่างนั้นแหละ เหมือนผีเข้าไปชั่วขณะ
     
    ตอนนี้กลับมาอยากใส่กางเกงยีนส์-เสื้อยืด กระชากวัย(25)ออกไปให้พ้นตัว เผื่อว่าใส่แล้วจะดูกลืนๆไปกับสาวแรกรุ่นกะเขาบ้าง ไม่ต้องดูเหมือนสาวรุ่นแรกเอย่างในตอนนี้
    October 01

    สงบใจ

    หากว่าเรากำลังสบายจงปรบมือพลัน
    แปะ แปะ
    เสียงตบมืออ่อยๆไปนะ
    แต่เราก็บอกตัวเองอยู่เสมอว่าเรากำลังสบายดี จะมีประโยชน์อะไรที่จะนึกถึงแต่ความกังวลใจ
    ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับการคิดของเราเท่านั้น คิดว่ามันสบายๆก็สบายๆสิ
     
    ว่าไปแล้วก็อยากไปเที่ยว
    อยู่ดีๆก็อยากจะหยุดทำงานเพื่อไปเที่ยว
    แต่จริงๆนะ ถ้าไม่ทำงานก็คงเที่ยวไม่สนุกหรอก
    เพราะก็ไม่รู้จะพักผ่อนไปทำไมถ้าไม่ได้ทำงาน
    แต่ก็อยากเลิกทำงานซะจริงๆเลยโว้ย
    ....
    เพิ่งเข้าสู่เดือนที่3 ได้ 1 วันเท่านั้น
    สงบจิตสงบใจไว้นะ
    สงบใจ...สงบใจ