Poon's profileเก๊กฮวยเอ๋ย จงเป็นเก๊กฮว...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    December 28

    ปีใหม่นี้

    ความตั้งใจในวันปีใหม่นี้
    เราจะไม่มาทำงานสายอีก แม้ว่าเราไม่อยากมาทำงานแล้วก็ตาม
     
    เราจะตั้งใจทำงานในเวลางาน 9 โมง ถึง 5 โมง ไม่อัพสเปซในเวลางาน  แต่นอกเหนือเวลางานก็ขอหย่อนใจบ้าง
     
    เราจะทำงานอย่างตั้งใจ ขยันขันแข็งและทุ่มเท แม้ว่าบรรยากาศ สิ่งแวดล้อมหรือแม้แต่ตัวองค์กรเองจะไม่น่าทุ่มเทให้แม้แต่น้อย
     
    เราจะทำงานให้ดีแม้ว่าเราจะไม่ชอบ และไม่ปราถนาทำงานร่วมกับคนที่คุณก็รู้ว่าใครเลยก็ตาม และแม้ว่างานของเขาก็มุ่งหวังแต่ประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง และแม้ว่าปากจะขยับว่าเพื่อสังคมและประเทศชาติก็ตาม
    เพราะเราจะไม่ปล่อยเวลาของเราไปโดยไร้ความหมาย หรือทำอะไรอย่างไม่ตั้งใจเพียงเพราะว่าคนที่เราร่วมงานด้วยไม่น่าร่วมงานด้วยอย่างรุนแรง
     
    เราจะไม่เอาเปรียบองค์กรแม้ว่าองค์กรจะเอาเปรียบเรา เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะทำเช่นนั้น และถ้าเราทำเช่นนั้นแสดงว่าเรากำลังทำเหมือนๆกับเขา
     
    เราตั้งใจว่าเวลาที่เหลืออยู่เราจะทุ่มเทและตั้งใจสุดๆ แม้ว่าสิ่งที่ทำอยู่ คนที่ทำอยู่จะไม่น่าทุ่มเทให้เลยก็ตาม เพราะเราไม่เห็นประโยชน์ว่า เราจะทำอะไรลวกๆไปเพื่ออะไร ได้ความสะใจ...ใช่ แต่เราก็จะเสียเวลา 1 เดือนในการทำอะไรลวกๆงั้นเหรอ
     
    เราตั้งใจว่าจะทำงานที่รับผิดชอบให้เสร็จสมบูรณ์ในส่วนที่เรารับผิดชอบ
     
    แต่ 1 เดือนเราจะได้ไปจากที่นี่แน่เหรอ ....ก็ได้แหละเพราะเราก็จะไป
    เอาเถอะ อย่างไรเราก็จะตั้งใจตามนั้น
    ในวงเล็บว่า ถ้า...ไม่ปรี๊ดแตกซะก่อนนะ
    December 26

    เทศกาลกันเถอะ

    happy christ mas to me
     
    Merry Christmas everyone
     
    ไม่เกี่ยวอะไรกะเราเลยแต่อยากเฉลิมฉลอง สนุกสนาน ร่าเริงเบิกบานใจ
     
    Jingle bell jingle bell jingle bell rock !!!!
    December 19

    เพราะอะไร

    เมื่อวานได้มีโอกาสพูดคุยโทรศัพท์กับเพื่อนเก่าๆ น่าแปลกที่อยู่ดีๆผู้คนเหล่านั้นก็พูดจาไพเราะ สุภาพกันไปหมดซะทุกคน
    ความจริงการพูดจาสุภาพไพเราะก็ไม่แปลก
    การที่เพื่อนเราจะพูดเพราะก็ไม่เห็นน่าแปลก
    แต่มันรู้สึกแปลกๆ
    แบบว่า อืม พูดเพราะไปรึเปล่า ใช่เพื่อนเราแน่รึเปล่า มีมนุษย์ต่างดาวเข้าสิงรึเปล่า
     
    การที่เราคาดหวังว่าคนแต่ละคนที่เราเคยรู้จักจะต้องเป็นแบบเดิมๆเสมอไปอาจเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก
    การที่คนเราเกิดจะกลายเป็นคนสุภาพขึ้นมามันก็ไม่แปลก
    คือเราก็ไม่ได้คิดว่าเพื่อนเราป็นคนไม่สุภาพหรอกนะ เพียงแต่ว่า อยู่ดีๆก็เกิดพูดจาสุภาพไพเราะกะเราขึ้นมา
    มันก็ตลกๆน่ะ คือเราตลกไปเองหรอกนะ
    เหมือนว่า อะไรวะเนี่ย เดี๋ยวนี้ไม่พูดวะ/โว้ยกันแล้วเหรอ  
     
    หรือกรูผิดเองที่ยังคิดพูดจามึงมาพาโวยเหมือนเดิม 
    คนอื่นๆเค้าพัฒนาไปถึงไหนๆแล้ว
    .....
    ไม่พูดวะไม่ได้โว้ย มันไม่ได้อารมณ์ว่ะ
    ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า สะใจ วะโว้ย
    ....
    วะโว้ยเป็นคำใหม่ มากกว่า วะเฉยๆ  มากกว่าโว้ยเฉยๆ
    เพราะมันเป็น วะโว้ย นั่นเอง 
    December 16

    คิดอะไรอยู่กันหนอ

    เมื่อวานได้ใช้จักรยานเป็นพาหนะเดินทางไปที่ต่างๆ(ในหมู่บ้าน) ในรอบหลายๆๆๆวัน ขี่ไปขี่มา จักรยานก็มีอันต้องล้ม ล้มแบบโง่ๆเสียด้วย
    เหตุดังกล่าวเกิดหลังจากกลับจากบ้านญาติ หิ้วของพะรุงพะรังมาด้วย มือนึงกางร่มพร้อมแขวนเสื้อ 1 ตัวไว้ที่ด้ามร่ม อีกมือนึงจับแฮนด์จักรยาน
    ขี่ไปขี่มา เสื้อค่อยๆเลื่อนทำท่าว่าจะหลุดจากไม้แขวน ตอนนั้ก็ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ คิดว่าตัวเองมีสามแขนหรือยังไงก็ไม่ทราบได้ ถึงปล่อยมือจากแฮนด์จักรยานมาจับเสื้อ
    เพียงเศษวินาทีที่ปล่อยมือก็นึกขึ้นได้ว่า ไม่มีมือจับจักรยาน ถึงคิดได้ก็สายไปเสียแล้วเพราะจักรยานก็ทรงตัวไม่อยู่ แล้วก็ล้มลงไปอย่างน่าอนาถท่ามกลางสายตาประชาชีที่อยู่บริเวณโดยรอบ
    โชคดีที่มีสองสามีภรรยาฝรั่งกุลีจอเข้ามาช่วยยกรถยยกรา ถามไถ่ว่ายังสบายดีใช่มั้ย เป็นอะไรหรือเปล่า เราก็ได้แต่ตอบว่าไอแอมโอเคๆๆแล้วก็หัวเราะเพราะขำว่ากรูนี่เป็นอะไรมากรึเปล่าบวกกับความอายหน่อยๆเพราะล้มกลิ้งไม่เป็นท่าแบบไม่เหลือความสวยให้เห็น ฝรั่งคงงงว่าอีนังนี่คงบ้าไปแล้วเป็นแน่แท้เชียว จักรยานล้มเจ็บจะตาย ยังจะหัวเราะอะไร
     
    หัวเราะให้กับความโง่ของตัวเองแล้วกัน
    ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
    17 ธันวาคม 2550
     
     
    December 12

    แด่ เซฟเวอรัส สเนป

    แฮรี่  พอตเตอร์เป็นหนังสือที่แปลก แปลกตรงที่ว่าเล่มหนึ่งถึงสามดูเป็นวรรณกรรมเยาวชน สนุกสนาน เล่มต่อๆมาดูเหมือนคนเขียนเมามันไปหน่อยเลยเขียนออกมาจริงจัง เรื่องราวมากมาย สนุกน่ะใช่แต่ไม่ได้ชวนให้รื่นรมย์เอาซะเลย มาเล่มเจ็ดสุดท้าย แรกๆก็ซึมเศร้าบอกไม่ถูก อย่างกับว่าแฮรี่ พอตเอตร์เล่มเจ็ดต่างหากล่ะที่เป็นฮอครักซ์อันสุดท้ายบวกกับอ่านตอนก่อนไปทำงานที่พิษณุโลกที่ต้องออกจากบ้านตอนตีสามเลยยิ่งสลดหดหู่ไปกันใหญ่ แต่พอท้ายๆเล่มดูเหมือนว่าจะกลับมาเป็นวรรณกรรมเยาวชนเหมือนเดิม เรื่องราวเกี่ยวโยงกับความรัก ความเสียสละและความผูกพัน รอดชีวิตมาได้ด้วยหัวใจของผู้กล้าและผู้เสียสละ.....ที่ว่ามันเป็นวรรณกรรมเยาวชนก็เพราะคิดว่าโลกแห่งความเป็นจริง แฮรี่ผู้กล้าก็คงจะตาย แน่นอนได้รับคำสรรเสริญเยินยอ แต่ลอร์ดโวลเดอร์มอร์ทก็จะยังคงอยู่ และโกงกินประเทศชาติได้ต่อไปเพราะเหล่าผู้เสพความตายในชีวิตจริงคอยปกป้องดูแล เสพผลประโยชน์ร่วมกันกับโวลเดอร์มอท การปกป้องโวลเดอร์มอทก็เหมือนปกป้องอู่ข้าวอู่น้ำของตน ไม่ได้เสพอุดมการณ์ความเชื่อ ความตาย ความเป็นอมตะ แบบผู้เสพความตายในเทพนิยาย
     
    แด่เซฟเวอรัส สเนป
    เพราะเซฟเวอรัส สเนปคอยช่วย แฮรี่จึงอยู่รอด เราไม่ได้จะสรรเสริญเยินยอว่าเซฟเวอรัสเป็นคนดี เพราะเราคิดว่าเซฟเวอรัสไม่ใช่คนดี เซฟเวอรัสแค่รักลิลลี่มากเท่านั้นเอง มากเสียจนยอมสละทุกอย่างและทำทุกอย่างได้เพื่อลิลี่ นั่นเรียกว่าคนดีรึเปล่าเราไม่แน่ใจ ดีสำหรับลิลี่แต่กับคนอื่นๆ ก็เปล่า ใช่ที่เซฟเวอรัสในวัยเด็กเป็นคนมีปมด้อยไม่มีใครรัก มาเจอคนสดใสแบบลิลี่ย่อมต้องรู้สึกว่าลิลี่เป็นที่ยึดเหนี่ยวให้กับชีวิตได้เป็นอย่างดี แต่อย่างน้อยสเนปก็มีความเชื่อมั่นอะไรบางอย่างในชีวิต และใช้ชีวิตตามความเชื่อนั้นมาตลอดจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต อย่างน้อยสเนปก็รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร
     
    ไม่ได้ชมสเนปเลย จะเขียนแด่เซฟเวอรัส สเนปไปทำไมเนี่ย
    December 03

    พิธีกรรมวันพ่อ

    วันนี้ตั้งใจจะเขียนเรื่องอื่นๆ
    แต่วันนี้วันที่ 4 ธันวา เป็นวันดิบ ก่อนจะถึงวันพ่อจริง
    โรงเรียนที่อยู่ข้างออฟฟิศจึงมีพิธีกรรมวันพ่อตั้งแต่เช้า
    ตอนแรกก็ไม่อะไร แต่ฟังๆไปชักตลก
     
    อาจารย์ผู้ทำหน้าที่ดำเนินรายการวันพ่ออันแสนซาบซึ้ง แต่เรามันพวกไร้อารมณ์ฟังแล้วมันเลยรู้สึกประหลาด
    เหมือนว่านี่กำลังทำอะไรกันอยู่
    อาจารย์ซักซ้อมพิธีกรรมนี้มาหลายวันแล้วแหละเพราะได้ยินมาตลอด คงหวังดีอยากให้งานออกมาสมบูรณ์
     
    ความจริงก็ไม่เคยคิดเรื่องทำนองนี้มาก่อน กลับกันทุกวันพ่อวันแม่สมัยประถม เราอยากให้พ่อกับแม่มาร่วมงานจะตายเพราะพ่อๆแม่ๆใครก็มา มากอดมาร้องไห้อะไรกันอยู่ที่โรงรียนนี่แหละ
    ไม่ได้อยากจะมากราบกรานอะไรกันที่โรงเรียนหรอกนะ แต่มันเหมือนกับเห็นคนอื่นเค้ามีแล้วเราไม่มีมันก็เลยแปลก
     
    แต่ก็แปลกไปตั้งแต่ป1 ยัน ป 6 นู่นแหละเพราะไม่มีใครเคยไปร่วมพิธีกรรมนี้เลยทั้งพ่อและแม่
     
    กลับมาที่เรื่องปัจจุบันต่อ
    นักเรียนจัดแถวให้เรียบร้อย ตามระเบียบพัก ขวาหัน ซ้ายหันกันอยู่หลายวันกว่าจะได้แถวที่เป็นระเบียบเรียบร้อยถูกใจอาจารย์ หลายวันจริงๆ พอมานั่งนึกๆดู อาจารย์แกซักซ้อมของแกมาเป็นอาทิตย์เลยนะนั่น ตอนแรกก็คิดว่าแกจะจัดแถวอะไรนักหนา
     
    นักเรียน ป3 เข้าแถวค่ะ เอ้า 1..2..3 กราบ แหมช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจจริงๆนะคะ คุณพ่อคุณแม่ อ้าววันนี้นักเรียนอยากได้อะไรขอคุณพ่อคุณแม่ ขอแล้วก็เอามาเก็บใส่ธนาคารไว้ด้วยนะคะ
     พูดเองเออเอง พากย์เองเป็นวรรคเป็นเวร ...เป็นอะไรมากมั้ยเนี่ย
     
    คือคนเป็นพ่อเป็นแม่อาจจะประทับใจก็ได้มั้ง ไม่เคยเป็นเลยไม่รู้
     
    รู้แต่ว่ามันประหลาดที่เราทำอะไรกันอยู่
     
    แสดงความกตัญญูอย่างเป็นระเบียบ......เพื่ออะไร และมันจะได้อะไรบ้างมั้ย
    อยากรู้ว่า จะมีโรงเรียนไหนมั้ยที่พอถึงวันพ่อก็ทำเฉยๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นักเรียนมันจะสงสัยกันมั้ยว่า สงสัยอาจารย์ใหญ่โรงเรียนนี้ไม่กตัญญู ไม่จัดงานวันพ่อให้
    ไว้เดี๋ยวได้เป็นอาจารย์ใหญ่เมื่อไหร่ คงได้รู้กัน