Poon's profileเก๊กฮวยเอ๋ย จงเป็นเก๊กฮว...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
March 30 เที่ยวคนเดียวก็ได้ง่ายจัง ตอน เมืองปากเซหลังจากขึ้นรถสายอุบลปากเซ ตอนเก้าโมงครึ่งด้วยค่าโดยสารราคา 200 บาทซึ่งจะนำท่านสู่ใจกลางเมืองปากเซโดยสะดวกโยธิน หลับไปหนึ่งตื่นรถมาถึงด่านช่องเม็ก
ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศ ลงจากรถแบบเอ๋อๆ นึกไม่ออกว่าต้องทำอะไรบ้างเลยเดินตามๆเค้าไป เข้าช่องผิดช่องถูกกันจ้าละหวั่น
พอถึงด่านลาวก็ต้องเขียนใบเข้าประเทศ เขียนเสร็จก็เกิดความกังวลมาพร้อมกับคำถามโง่ๆหลุดจากปากว่าถ้าจะเข้าด่านนี้แต่จะกลับทางเครื่องบินได้หรือไม่ คือกลัวว่าเข้าออกประเทศคนละด่านกันไม่ได้
เจ้าหน้าที่ฝ่ายลาวก็อุตส่าห์ตอบอย่างใจดีว่า อยากออกทางไหนก็ได้ ด่านไหนก็ได้ ได้ทุกทาง จะรถ จะเรือ จะเครื่องบิน ก็ได้ (ขอให้ออกไปเถอะ)
กำลังเดินข้ามแดนอยู่ก็เห็นรถที่นั่งมาวิ่งแฉลบไปอีกทาง ดีที่ยั้งเท้า(ตีน)ไว้ทันไม่อย่างนั้นกำลังจะวิ่งตามรถเพราะนึกว่ารถไม่รอ ความจริงคือทางคนเดินกับทางรถวิ่งมันคนละทางกัน
นั่งหลับไปอีกครึ่งตื่นก็ถึงเมืองปากเซ ลงจากรถโดยสารก็พบว่าจะไทยหรือลาวก็เหมือนกันคือมีพี่มอไซค์ รถตุ๊กๆ เข้ามารุมล้อมถามไถ่สารทุกข์สุขดิบพร้อมเสนอตัวจะไปส่งตามที่ต่างๆไอ้เราก็ ไม่ค่ะ ไม่ค่ะลูกเดียวทั้งๆที่ตัวเองก้ไม่ได้มีใครมารับสักหน่อย
แต่เราเองก็โรคจิตพอกัน มีคนมารุมล้อมเยอะกลัวถูกหลอก เดินวนอยู่ในท่ารถ สองสามรอบจึงเริ่มเจรจาต้าอวยกับคนรถทั้งหลายเพื่อสอบถามราคา(ไม่รู้จะทำอย่างนั้นทำไม้เหมือนกัยน) แต่ถึงบอกราคามาก็ไม่รู้เรื่องว่าถูกหรือแพง เพราะข้อมูลที่อ่านมาจากหนังสือลืมหมดแล้ว เลยถือหลัก first come first choice ใครมาคุยคนแรกก็ไปกับคนนั้นนั่นแหละ
หนุ่มตุ๊กๆพาไปวนหาที่พัก ตอนแรกบอกความประสงค์อยากได้ที่พักริมน้ำโขงเท่านั้น แต่หนุ่มตุ๊กๆพาไปที่หนึ่งและบอกว่าที่พักนี้ริมน้ำ ไม่ใช่น้ำโขงแต่ก็เป็นน้ำเหมือนกัน
แต่ดูสภาพแล้วถ้าอยู่คนเดียวจะไม่ค่อยมั่นใจทั้งๆที่มีหน้าตาเป็นอาวุธ หนุ่มตุ๊กๆเลยพาไปดูโรงแรมแสงอรุณพร้อมโฆษณาว่าคนไทยชอบพักที่นี่ เราก็คิดว่าแพงแน่ และก็แพงจริง คืนละตั้ง 500 แต่ตอนนั้นเหนื่อยมากและไม่อยากนั่งตุ๊กๆคันนี้แล้วเลยตัดสินใจพักโรงแรมนี้แหละแม้ว่าจะผิดแผนค่าใช้จ่ายไปหน่อยก็ตาม March 28 เที่ยวคนเดียวก็ได้ง่ายจัง ตอน ลาวเอยลาวใต้จุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งนี้คือ การอยากไปเที่ยวเวียดนามสักครั้ง เพราะไหนๆก็มีเพื่อนอยู่ที่นั่นไปมันซะให้คุ้มก่อนเพื่อนจะกลับ เต็มที่แบบไม่ต้องขอวีซ่า 30 วันไปเลยดีกว่า
จุดหมายปลายทางของการเที่ยวเวียดนามมีสองแห่งคือดานังและฮานอย
วางแผนการเดินทางอยู่นานจนตั๋วเครื่องบินขึ้นราคา
เลยคิดเอาเองว่า ไปเวียดนามผ่านลาวจะถูกกว่านั่งเครื่องบินและยังได้ของแถมเป็นการเที่ยวลาว
และไม่ต้องเสียค่ารถไฟ 2 ต่อเพราะถ้านั่งเครื่องไปฮานอยก็ต้องนั่งรถไฟไปดานัง และต้องนั่งกลับมาฮานอยอีกรอบ
ยิ้มเยาะอยู่คนเดียวกับการวางแผนเที่ยวอันแสนปราดเปรื่องของตัวเอง
โดยไม่ได้สำเหนียกเลยว่าแค่วันเดินทางก็เน่าซะแล้ว
เริ่มต้นการเดินทางด้วยการตกรถไฟสายกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี
ไม่อยากเสียเวลารอไปอีกวัน(แถมเสียหน้านิดหน่อย)เลยตัดสินใจไปทางรถ
จากที่คิดไว้ว่าจะใช้เวลากับสีสันบันทึกและผ่านพบไม่ผูกพันบนตู้นอนรถไฟ
กลับกลายมาเป็นหนังเรื่อง คู่แรด นำแสดงโดยเซกิและหม่ำแทน
พอให้อภัยได้เพราะเซกิหล่อเริด
ถึงอุบลตอนหกโมงเช้า เพราะอ่านหนังสือมาเค้าบอกว่ามีรถต่อไปลาวตอนเจ็ดโมง
พอมาถึงจริงๆ รถอุบล-ปากเซเริ่มขายตั๋วตอนแปดโมงครึ่ง ส่วนรถจะออกจริงๆตอน เก้าโมงครึ่ง
แล้วเราจะรีบมาทำไม
ไหนๆก็มาแล้วแถมมีเวลาตั้งเยอะ เลยถือโอกาสเดินสำรวจรอบๆ เดินไปเรื่อยเลยเถิดไปถึงตลาดเช้าของชุมชนใกล้ๆ
ระหว่างทางแวะซื้อข้าวจี่ ต่อด้วยไข่ลวก และชาร้อน (ตอนมาถึงก็กินก๋วยเตี๋ยวเนื้อไปหนึ่งชามแล้ว)
กินจนลืมอ้วนก็กลับมารอรถจนได้เวลา
ผู้โดยสารร่วมทางมีหลากหลายทั้งฝรั่ง จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ไทย ลาว
ต่างคนต่างคุยเป็นภาษาตัวเองผสมผเสเฮฮาดีแท้
March 16 คุกวันนี้มีโอกาสไปคุกการเมือง ของประเทศเวียดนาม
เป็นสถานที่จริงๆ และมีการจำลองหุ่นจริงๆให้ดู เข้าไปแล้วขนลุก มันเหมือนกับว่า ณ สถานที่นั้น มันมีอยู่จริง และมีคนถูกทรมานในนั้นจริงๆ มีคนที่รู้ว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เขาต้องตายแน่ๆ โดยที่เขามีโอกาสที่เหลือเพียงนั่งอยู่ในห้องแคบๆเพียงลำพังเท่านั้น
ในพิพิธภัณฑ์ มีบทกลอนที่นักโทษการเมืองหล่านั้นเขียนไว้ระหว่างอยู่ในคุกหลายบท ล้วนแล้วแต่เป็นภาษาเวียดนามที่เราแปลไม่ออก แต่เพียงเห็นหัวข้อที่แปลมาเป็นภาษาอังกฤษให้ก็รู้สึก ....ยังไงก็ไม่รู้บอกไม่ถูก คำง่ายๆสั้นๆธรรมดาๆแต่เมื่ออยู่ ณ ที่ตรงนั้นแล้วมันกินใจความมากมายเหลือกิน
....ความเชื่อ...... |
|
|