Poon's profileเก๊กฮวยเอ๋ย จงเป็นเก๊กฮว...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    August 22

    ความแตกต่าง

    วันนี้วันที่ 23
    ตลกที่วันที่ของ space เรามันถอยหลังไปหนึ่งวัน
    มาทำงานเช้าอีกตามเคย ความจริงมันไม่ใช่นิสัยเราเอาซะเลย แต่ทำไงได้ บ้านไกลถ้าไม่รีบออกแต่เช้า ก็จะต้องไปติดแหงกอยู่บนถนน เป็นการเสียเวลาโดยไม่มีประโยชน์
     
    2-3วันมานี้ ได้รับข่าวที่แตกต่างกันอย่างที่สุดของความแตกต่าง การเกิดขึ้น และการสิ้นสุดของบุคคลใกล้ตัว
    จุดของความแตกต่างช่างดูห่างไกล
    แต่ความจริงแล้วใกล้กันนิดเดียว
    เพราะสุดท้ายแล้วชีวิตที่ถือกำเนิดมาก็จะต้องดับไปในสักวันหนึ่ง
    เหมือนที่เราเองก็จะต้องเป็นอย่างนั้น
    แปลกที่เราไม่เคยคิดถึงตรงนั้น คิดบ้างแต่ก็ไม่อยากจะคิดเพราะคิดไปแล้วไง มันดูเหมือนเศร้าเกินไป
    หรือมันจะทำให้เราคิดได้ว่าอยากจะทำอะไรก็ให้รีบทำก่อนที่ไม่มีโอกาสจะได้ทำ
    แต่ก็ไม่รู้สิ รู้สึกโหวงๆหวิวๆชอบกล
     
     

    NO-DA-ME

    โนดาเมะ เป็นชื่อนางเอกของละครเรื่อง ชื่อเดียวกับนางเอกคือ โนดาเมะ
    โนดาเมะชื่อเต็มๆว่า โนดะ เมงุมิ
    แต่ในเมื่อนางเอกเป็นคนประหลาดๆ จึงไม่น่าประหลาดใจที่จะต้องมีชื่อประหลาดๆตามไปด้วย
    ดูๆไปตอนแรกๆน่าจะชื่อ...เออ อยู่ดีๆก็ลืมชื่อพระเอกซะงั้น
    คือแรกๆเหมือนเรื่องหลักๆจะไปอยู่ที่พระเอกมากกว่า จนมาแผ่นสุดท้ายนี่แหละที่เป็นเรื่องของนางเอกเยอะๆ 
    ทั้งพระเอกและนางเอกต่างก็เป็นอัจฉริยะทางดนตรีทั้งคู่ ต่างกันตรงที่พระเอกเป็นอัจฉริยะแบบควบคุมได้ แต่นางเอกเป็นแบบควบคุมไม่ได้
    พูดง่ายๆก็คือพระเอกเป็นอัจฉริยะแบบคนธรรมดา แต่นางเอกออกแนวเพี้ยนๆทำให้ดูไม่เหมือนว่ามีความสามารถซ่อนอยู่ภายใน
    จะว่าไปแล้ว อะไรคือเส้นแบ่งของความเพี้ยนและไม่เพี้ยน
    การที่พระเอกสามารถดำเนินชีวิตได้เหมือนคนอื่นๆ เราก็บอกว่าเค้าไม่เพี้ยน ไม่เหมือนนางเอกที่ไม่เหมือนคนอื่นก็เลยแปลได้ว่าเพี้ยน
    ถ้าอย่างนั้นเราสรุปได้หรือไม่ว่า การเหมือนๆคนอื่น เท่ากับปกติ
    ถ้าเราจะบอกว่าคนส่วนใหญ่เพี้ยนกันหมด คนส่วนน้อยเท่านั้นที่ปกติแต่พอดีพวกเยอะกว่าทำให้กลายเป็นฝ่ายไม่เพี้ยนล่ะ
    บางที พรุ่งนี้เราอาจจะพบคนเพี้ยนๆสักคนและมองเค้าว่าเป็นคนปกติ และมองตัวเองว่าเพี้ยนบ้าง น่าจะดี
    เพราะบางทีเราอาจจะเพี้ยนโดยไม่รู้ตัวก็ได้
     
    ดูสิจากโนดาเมะกลายมาเป็นอะไรแล้วเนี่ย ง่วงมากแล้วด้วยพอก่อนดีกว่า
    August 17

    way back into love

    ไม่มีอะไรจะเขียนเกี่ยวกับ เส้นทางกลับไปหาความรักหรอก (แปลตรงเกินไปรึเปล่าหนอ) เพราะไม่เคยมีเส้นทางที่ว่านั้นเลย จึงไม่รู้ว่าจะกลับไปหาอะไร แค่ชอบเพลงนี้เฉยๆ ชอบเมโลดี้ ชอบทำนองตั้งแต่ยังฟังเนื้อเพลงไม่ออก ไม่รู้ทำไม
     
    เมื่อวานรู้สึกแปลกๆ แปลกยังไงก็บอกไม่ถูก รู้สึกคิดถึงเสปซของตัวเองว่ามันคงรอการอัพเดทของเราอยู่ นี่เราต้องบ้าไปแล้วแน่ๆที่คิดว่าเสปซมันมีชีวิตจิตใจ
     
    เมื่อวานนอกจากรู้สึกแปลกๆแล้วยังรู้สึกพิกลๆ ยังไงก็ไม่รู้ รู้สึกว่าไม่รู้จะทำอะไรทั้งๆที่มีอะไรมากมายให้ทำและที่ต้องทำ ก็มี
     
    รู้สึกอยากจะกลับบ้านเร็ว และรู้สึกไม่อยากกลับบ้านเร็วไปพร้อมๆกัน
     
    รู้สึกอยากจะทำอะไรสักอย่างนึง ไปที่ไหนสักแห่งนึง แต่ก็ไม่รู้จะไปที่ไหน
     
    รู้สึกอยากจะคุยกับเพื่อน กับกิ๊ก(ไม่มี) กับแฟน(ไม่มี) แต่ความจริงแล้วก็ไม่ได้รู้สึกอยากคุย
     
    อารมณ์แบบนี้ใช่ว่าจะไม่เคยเป็น แต่ก็แก้ได้ทุกครั้ง
    นั่งร้านกาแฟร้านโปรด  
    เดินห้างแถวบ้าน
    เดินsupermarket ก็เคย
    เราเคยสนุกสนานกับการเดินsupermarket ฟังดูตลก แต่สนุกจริงๆ ข้าวของมากมายหลายแบบ ขนมออกใหม่ แชมพูสบู่ ตั้งแต่ขวดละร้อยไปจนขวดละสิบบาทสรรพคุณล้นเหลือ ประมาณว่าใช้แล้วจะกลายเป็นนางฟ้านางสวรรค์กันเลยทีเดียว ไม่มีอะไรทำก็เดินดูสินค้าออกใหม่ สนุกดี
    แต่วันนี้ไม่รู้สึกอยากเลยซักนิด
    หรือว่าทำบ่อยๆเข้าก็ย่อมเป็นไปตามกฏการลดน้อยถอยลงของอรรถประโยชน์ส่วนเพิ่ม ความพอใจของเราย่อมค่อยๆลดลงจากการทำซ้ำไปซ้ำมา
    แง่ะ...เริ่มบ้า
     
    รถติดไฟแดงก็นั่งหลับตา...เพราะง่วง
    แล้วก็นึกถึงว่าเราอยู่บนภูเขาอะไรซักลูกนึง
    อยู่ดีๆมันก็นึกไปเองหรอกนะ ความคิดน่ะ เราไม่ได้สั่ง
     
    ความจริงแล้วความคิดเป็นของเราหรือใครกันแน่
    มันมีอยู่แล้วหรือมันเกิดขึ้น ณ ตอนนั้นตามธรรมชาติ
    หรือจากการที่เอาประสบการณ์ที่เราสะสมไว้มาประมวลใหม่แบบสุ่ม
    วูบวาบไปมา อยู่ในหัว
    แต่คราวนี้เราเห็นเป็นภาพภูเขาเลยนะ
    ความคิดเป็นภาพรึเปล่า หรือเป็นตัวอักษร
    ...
    ...
    พอเถอะ เราไม่รู้สึกพิกลๆแล้วล่ะ เพราะว่าเรามีงานต้องส่ง
    นี่ไงล่ะ สิ่งที่ควรทำและต้องทำ
     
     
     
    August 11

    ตลาดนัด

    แล้วก็มีเรื่องให้เขียนจนได้
    ความจริงก็เปิดอ่านของตัวเองมาหลายวันอยากเขียนอะไรสักหน่อยแต่ก็นึกไม่ออก
    วันนี้ได้ฤกษ์เสียที
    เหตุเกิดมาจากการไปเดินตลาดนัดสัมมากรอันแสนจะเป็นที่นิยมในละแวกใกล้เคียงหลังจากไม่ได้เดินมานาน นานมากเพราะไม่ได้ว่างเสาร์อาทิตย์มาตั้งนานแล้วตั้งแต่เริ่มอบรมบ้าๆบอๆนั่น
     
    วันนี้ตั้งใจว่าจะไปแต่เช้า...ก็แค่ตั้งใจ
    ไปจริงๆก็นู่น ปาเข้าไป 10 โมง ก่อนไปแวะเติมลมจักรยานที่ร้านซ่อมตรงข้ามสโมสร อยู่ดีๆก็นึกขึ้นมาเล่นๆว่า นี่เราไม่ได้เข้าร้านจักรยานมานานเท่าไหร่ น่าแปลกที่ตอนเด็กๆทำไมถึงมีเหตุให้เข้าร้านซ่อมได้บ่อยๆ เพราะเราใช้จักรยานบ่อยเลยต้องเข้าร้านซ่อมบ่อยเหรอ ก็ไม่รู้เหมือนกัน
    ก็แค่รู้สึกว่ามันแปลกดี เหมือนกับว่าอยู่ดีๆเราก็เลิกไปสถานที่ที่หนึ่ง หรือไม่ก็อยู่ดีๆเราก็ไปสถานที่ที่หนึ่ง บางทีก็จำเป็นต้องไป บางทีก็ไม่จำเป็นต้องไป
    เริ่มบ้าอีกแล้ว
     
    ถึงตลาดก็ไม่มีอะไร ดูเสื้อผ้า รองเท้าไปเรื่อย เห็นแล้วก็งั้นๆ
    งั้นๆเพราะใส่ไม่ได้ อยากรู้ว่าคนมันผอมกันทั้งประเทศหรือไงวะ
     
    เดินโซนเสื้อผ้าเสร็จก็มาเดินแถวขายของกิน
    พยามกินข้าวมาจากบ้านจนเต็มท้อง จะได้ไม่คุ้มคลั่งซื้อของกินตามทาง
    แต่ยังไงก็อดไม่ได้อยู่ดี กินจุ๊บกินจิ๊บตลอด
     
    เดินมาเรื่อยจนเจอแผงขายหนังสือภาษาฝรั่ง พ่อแม่ลูก หลายครอบครัวยืนดูกันเป็นกลุ่มๆ อะไรจะอบอุ่นกันขนาดน้าน  มีหนังสือเด็กๆด้วยน่ารักดี แวะดูเสียหน่อย
     
    ไปเจอหนังสือเด็กน่ารักถูกใจหยิบมาอ่าน สายตาไปเจ๊อะกับเด็กตัวน้อยอายุไม่ถึง 5 ขวบได้ ยื่นไม้ยื่นมือทำเสียงอ้อแอ้ไปมาเหมือนอยากจะสนทนาด้วย ไอ้เราก็นึกเอ็นดู ส่งหนังสือให้ พร้อมกับชี้ชวนชมเป็นอันดี
     
    "อย่าไปกวนคุณน้าเค้าสิลูก" เสียงแม่เด็กลอยมาตามสายลม
     
    ปรี๊ดแตกครับพี่น้อง
    ใครเป็นน้าของลูกแกยะยัยป้า
     
    โอ๊ย คลุ้มคลั่ง
    ส่งสายตาอำมหิตกลับไปที่เด็กตัวน้อยตนนั้น ความจริงเด็กมันก็ไม่ได้เป็นคนพูด เด็กไม่ได้ผิด
    แต่ยังไงก็อดไม่ได้ อยากเป็นเด็กทำไมล่ะ ช่วยไม่ได้เว่ย โมโห
     
    เสื้อผ้าก็ใส่ไม่ได้ แล้วยังเป็นคุณน้าอีก เอาเหอะ
     
    หรือว่า.....
    ถึงเวลาแล้วที่ต้องยอมรับความจริง
    เฮ้อ
     
     
     
     
     
    August 09

    เดิมๆอย่างนี้-ไม่น่าเชื่อว่าเราร้องเพลงของนกจริยาได้

    เพราะฉะนั้น ฉันจึงทรนง ในศักดิ์ของตน ไม่สนใจใคร
     
    ยามชังพี่ยิ่งช้ำถึงยามเช้า
     
    ว้ายมีแต่เพลงเศร้าๆล่ะ ตอนนี้กำลังฮิตเพลงเก่าๆตามกรีนคอนเสิร์ต
     
    อยากฟังเพลง อันของสูงแม้ปองต้องจิต ....เอ่อ คนละรุ่นกัน
     
    แล้วก็อยากฟังเพลงสุขสมหวังบ้าง แต่นึกไม่ออก
    ความจริงเพลงรักไม่รู้ดับก็เพราะ
     
    ถึงจะสิ้นวิญญาณกี่ครั้ง ฉันก็ยังรักเธอฝังใจ
    ถึงจะสิ้นแผ่นดินไฉไล ไม่เป็นไรเพราะยังมีเธอ
    .....อันนี้ก็เกินไปนะ        ว้า ........แต่มันคนละรุ่นกันอีกแล้ว
     
    ความจริงแล้วอยากฟังเพลงรุ่นสุนทราภรณ์มากกว่า
    ช่วงนี้ไม่อยากเขียนอะไรเลย หรืออยากเขียนแต่ก็ไม่รู้จะเขียนอะไร 
    ลบสิ่งที่ตัวเองเคยเขียนเพราะว่ามันตลก
    เราเพียงแต่องค์ลงเป็นครั้งคราว
     
    เราไม่ใช่คนแบบนั้นที่จะต้องไปมีชีวิตวุ่นวายกับเรื่องบ้าๆบอๆ
    เราอยากอยู่สบายๆในแบบของเรา
     
    เท่านั้นเอง
     
    August 01

    ยินดีต้อนรับกลับมา

    สวัสดีตัวฉัน ฉันคนเดิมกลับมาแล้ว ยินดีกับตัวเองด้วย
     
    ฉันอยากยิ้ม ฉันยิ้ม และฉันก็ยิ้ม
     
    ชีวิตก็ดีอย่างนี้แหละ